Archive

Archive for the ‘External Positive’ Category

ทำงานไม่ทัน

March 15th, 2007 Scalopus+ No comments

วันนี้ทำงานไม่ทัน จริงๆ งานเราควรจะเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน แต่เหลือ IFP Connection กับทำข้อที่เขียนให้มันใช้ได้ สรุปว่าจากเดิมคาดว่าจะใช้เวลาเพียงครึ่งวัน กลับกลายเป็นใช้เวลาจนถึง 4 ทุ่ม จึงจะสามารถรันผ่านได้จำนวน 4 ข้อ พรุ่งนี้ยังต้องสู้กับ IFP Connection จำนวน 3 ข้อที่เหลือ

มุ้ย ทำงานเสร็จตั้งแต่เมื่อวานนี้ เข้ามาช่วยเราทำ IFP Connection. มีอยู่เยอะมากเกือบ 20 ข้อ แต่มุ้ยก็ทำเสร็จอย่างรวดเร็ว ขอบคุณมุ้ยมากนะ :D ในยามที่ท้อแท้ สิ่งที่เราต้องการคือเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ…. ไม่น่าเชื่อว่า แม้มุ้ยจะไม่ได้สนิทกับเราสักเท่าไหร่เลย แต่ในยามต้องการกำลังใจ มุ้ยกลับพูด ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้มากมาย.

วันนี้ได้ต้นไม้หอยจากก้อง (จริงๆไม่ค่อยอยากเอามาเลย รู้สึกว่ามันควรอยู่กับธรรมชาติ จะสวยกว่านี้) ก้องไประยองกับเรา [rstl-friend-talk] แล้วก็ซื้อต้นไม้โมบายมาฝากเพื่อนในลูปทุกคน แปะชื่อไว้ด้วย แอบกลัว คิคิ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก้องถามหาลูกแก้วทาง MSN ว่ามีใครยังเก็บไว้บ้าง (เพื่อนเก่าก้อง)

White day, เดิมทีกะว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนเก่า แต่สุดท้ายแผนก็ล่มไป เราเองก็ตื่นสายด้วย เลยไม่ได้ซื้ออะไรที่อยากจะให้เพื่อนเก่าเลย. วันนี้เป็นวันที่มีหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่ตื่นเต้น ดีใจ สมหวัง ผิดหวัง โดดเดี่ยว เหงาหงอย, เพื่อนใน Loop ดูสนิทกันดีจัง ทำให้เรารู้สึกว่าดูเค้าคอยดูแลซึ่งกันและกัน ดีอะ รู้สึกมันทำให้บรรยากาศของที่ทำงานลดลง อยากยังคงมีเพื่อนที่คุยกันได้เมื่อมีปัญหา เปิดใจให้กันและกัน ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนที่ทำงาน ที่ทำงานเสร็จกลับบ้าน ไม่มีอะไรผูกพันธ์ต่อกัน.

ย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนไปบ้านแมกไม้ที่ระยอง… วันหนึ่งมีประชุม เรื่องที่จะไปบ้านแมกไม้กัน วันนั้นเราประทับใจในหลายๆเรื่อง… ซวง ถึงแม้ไม่ได้อยู่ตลอด แต่ก็มี คิม ที่พูดตอนคุยเรื่องอาหาร ว่าซวงกินมังสะวิรัต, เรื่องเหล้า คิมก็พูดเรื่องรถกั๊ก ว่าไม่อยากให้กั๊กเอารถไป เพราะว่าเป็นห่วงรถแล้วทำให้ไม่กล้ากินเหล้าหรือต้องคอยพะวงเรื่องที่จะต้องคอยมาขับรถ ดูเป็นคนเป็นห่วงเพื่อนดีอะ อย่างตอนไปน้ำตก คิมก็คอยบอก "ตา" ให้ระวังตอนเดินขึ้นเดินลงโขดหิน คอยระวัง.

หรืออย่างกุน ที่คอยเพื่อนเวลาเดินขึ้นลงน้ำตก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่างเราถ่ายรูปก็จะมีรอกัน

Tags:

สึนามิ

February 6th, 2007 Scalopus+ No comments

ข่าวของเพื่อนที่ลงหนังสือพิมพ์, ลืมเก็บไว้ ตอนนี้เข้าไปดูไม่ได้ซะแล้ว. เอามาจาก Blog คนอื่นอีกที แต่เนื้อหา จำได้ว่าเหมือนของหนังสือพิมพ์ มติชนนั้นหละ.

======

ว่ากันว่า"หลังพายุพัดผ่าน ท้องฟ้าจะสดใส" หลังเกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติสึนามิพัดถล่ม 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันก็เช่นกัน เราได้เห็นถึงน้ำใจ ความเสียสละของคนไทยและชาวต่างชาติที่ทุ่มเทแรงใจแรงกายเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นเดียวกับการเกิด www.csiphuket.com เว็บไซต์เฉพาะกิจ เพื่อเป็นสื่อกลางรายงานสถานการณ์และสถานภาพของผู้ประสบภัย เพราะในนาทีที่เกิดการสูญเสียอันยิ่งใหญ่เช่นนั้นโดยไม่คาดคิด ย่อมเกิดความโกลาหล ยิ่งเครือข่ายโทรศัพท์ล่ม ยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ เว็บไซต์ สื่ออีเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงคนจากซีกโลกด้วยกันได้จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญ และกลายเป็นที่พึ่งแรกที่ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยได้พึ่งพิงwww.csiphuket.com ซึ่งมีภาษาให้เลือกมากถึง 9 ภาษา และเพิ่มเป็น 11 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ สวีดิช ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ดัตช์ ฮังกาเรียน และฟินนิช จึงเป็นที่รู้จักของผู้ประสบเหตุจากสึนามิทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว "พ.ต.อ.ดร.จักรกฤช สิงห์ศิลารักษ์" หัวหน้าสำนักที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดูแลเว็บไซต์นี้ในภาพรวมเล่าว่า "เป็นความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ของทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"พร้อมกับไขข้อข้องใจ…ทำไมที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงไปข้องเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์สึนามิว่า เจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ส่วนใหญ่จะสนใจงานด้านไอทีอยู่แล้ว โดยเฉพาะทีมประสานงาน ซึ่งมีทั้งหัวหน้าเวร ผู้ช่วยหัวหน้าเวร ราว 5-10 คน บางคนก็จบวิศวะคอมฯ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(เอไอที) ที่น่าภาคภูมิใจคือ "คนที่ทำเว็บไซต์นี้เป็นอาสาสมัครทั้งหมด" "ตอนที่ "พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์" โทร.เข้าไปที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง หาอาสาสมัครมาช่วยงานด้านแปลภาษา ปรากฏว่าพอข่าวออกไปมีคนโทร.เข้ามาตลอดทั้งคืน หลายคนก็ทิ้งเบอร์ไว้ให้ติดต่อกลับ ซึ่งอาสาสมัครที่มาช่วยแปลภาษาไทยเป็นภาษาต่างๆ ล้วนเป็นคนไทยช่วงพีกสุดของ www.csiphuket.com คือวันที่ 2 มกราคม 2548 ยอดจำนวนผู้ที่เปิดเว็บไซต์เข้าไปในเว็บไซต์มีมากถึง 230,273 คน และวันที่ 3 มกราคม 2548 มี 145,415 คน นับเป็นครั้งแรกที่เว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บเพื่อการพาณิชย์ และไม่ใช่เว็บเอกชน มียอดจำนวนคนเข้าไปใช้บริการสูงถึงขนาดนี้ และสามารถตี www.sanook.com เว็บไซต์เพื่อการพาณิชย์ยอดนิยมขึ้นมาเป็นอันดับ 1 อยู่ถึง 2 วัน จากจำนวนเว็บไซต์ 700 กว่าเว็บไซต์ ซึ่งเทียบกับเว็บไซต์ในลักษณะเดียวกันนี้ของประเทศอื่น อย่างอินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา ฯลฯ แล้ว เทคโนโลยีสู้ของเราไม่ได้" ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งอาสาสมัครจากทั่วประเทศที่เข้ามาให้การช่วยเหลือทางด้านการแปล เพื่อเป็น "ศูนย์กลางข้อมูลผู้ประสบภัยสึนามิ" (Central Servival Information หรือ CSI) โดยรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งระบบเครือข่ายข้อมูลเพื่อให้ญาติของผู้สูญเสีย และองค์กรต่างๆ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รับแจ้งและติดตามผู้สูญหายและทรัพย์สินของผู้ประสบภัยด้วย "พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์" ที่ปรึกษากฎหมาย(สบ 11) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เล่าถึงที่มาของการจัดทำเว็บไซต์ www.csiphuket.com ว่า เปิดวันแรกหลังเกิดเหตุ คือวันที่ 27 ธันวาคม 2547 เลย เนื่องจากได้ลงไปในพื้นที่และพบว่าเครื่องมือสื่อสารล่มหมด ช่วงนั้นทุกคนต่างก็สับสน อยากรู้ว่าญาติ/คนรู้จักเป็นอย่างไรบ้าง"ตำรวจแม้จะเป็นคนแรกที่ทราบเรื่องจากการรับแจ้งคนหาย รวมทั้งเมื่อมีการพบศพ แต่ตำรวจเองไม่พร้อมที่จะดำเนินการจัดสร้างเว็บไซต์ขึ้นเอง ประกอบกับได้อาสาสมัครจากที่ต่างๆ มาช่วย ไม่ว่าจะเป็น Acer ที่บริจาคคอมพิวเตอร์มาให้ 30 กว่าชุด รวมทั้งเงินเพื่อดำเนินการต่างๆ อีก 5 แสนบาท มี www.konthai.com ช่วยเขียนโปรแกรม มี Cisco เป็นฝ่ายเชื่อมระบบให้ แล้วยังมี Microsoft ช่วยด้านซอฟต์แวร์ เพียงแค่วันเดียวหลังเกิดสึนามิwww.csiphuket.com ก็สามารถเปิดให้บริการได้ในทันที"ที่สำคัญคือ ได้ฝ่ายสาธารณสุขจากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งโรงพยาบาลศิริราช สงขลา ขอนแก่น ฯลฯ ช่วยประสานงาน โดยได้มีข้อตกลงร่วมกันว่าทางฝ่ายสาธารณสุขจะต้องส่งข้อมูลศพให้ภายใน 7 วัน ทำให้ www.csiphuket.com เป็นเว็บไซต์ที่ทันสมัยที่สุดในช่วงนั้น มีชาวต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะเพียงเสิร์ชคำว่า thai tsunami เว็บไซต์นี้ก็จะปรากฏขึ้นเป็นอันดับแรกเพียงไม่กี่วัน www.csiphuket.com ก็เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติจากทั่วโลก ส่วนที่จำนวนของคนไทยที่เปิดเข้าไปในเว็บไซต์นี้มีไม่มาก ก็เพราะสามารถเดินทางลงไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ได้ง่าย แต่กับชาวต่างประเทศ มีจำนวนมากที่ไม่สะดวกจะบินมาด้วยตนเอง จึงอาศัยผ่านทางเว็บไซต์ โดยมีชาวสวีเดนมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งยอดรวม ณ วันที่ 13 มกราคม 2548 มีตัวเลขสูงถึง 189,734 คน (22.4%) ตามด้วยชาวเยอรมัน 164,192 คน (19.4%) และเนเธอร์แลนด์ 76,209 คน (9.0%) ส่วนไทยมาเป็นอันดับ 6 ด้วยยอดตัวเลข 44,338 คน (5.2%)นอกจากจะได้อาสาสมัคร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมมือร่วมใจกันจัดสร้างเว็บไซต์ขึ้น ยังมีผู้ที่แอบให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลืออีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของ "น้องก้อง""พ.ต.ท.ไพบูลย์ น้อยหุ่น" ผู้ช่วยนายเวร ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการประสานงานกับอาสาสมัครในส่วนต่างๆ เล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งจู่ๆ เราก็ได้รับการติดต่อจาก "น้องก้อง" (ธนพล ไววัฒนา) นักศึกษาปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตือนว่า www.csiphuket.com กำลังจะล่มแล้ว "น้องก้องเป็นคนที่ชอบมอนิเตอร์ ดูความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ต่างๆ รวมทั้ง www.csiphuket.com เห็นว่ามีคนเปิดเข้าไปในเว็บไซต์นี้เป็นจำนวนมาก จนใกล้จะล่มแล้ว ถ้าปล่อยไว้อีกไม่นานต้องล่มแน่ จึงติดต่อเข้ามาและออกปากว่าจะให้แชร์เซิร์ฟเวอร์ เพราะน้องก้องเป็นหนึ่งใน 2 คนในประเทศไทยที่มีพื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์มากที่สุด"ทว่าฐานข้อมูลของ www.csiphuket.com อาทิ รายละเอียดของศพที่ผ่านการพิสูจน์ในเบื้องต้นแล้ว เป็นเรื่องสำคัญ หาไม่อาจเกิดกรณีแอบอ้างรับศพ เรื่องนี้ พล.ต.อ.นพดลว่า ต้องชั่งใจอยู่นาน เพราะถ้าจะแชร์เซิร์ฟเวอร์ ก็เกรงว่าฐานข้อมูลของเราจะรั่ว แต่โชคดีที่เราตัดสินใจถูก ย้ายเซิร์ฟเวอร์ก็เลยไม่เกิดปัญหาเว็บไซต์ล่ม จากนั้นมาน้องก้องก็เป็นพันธมิตรหนึ่งที่ช่วยทีมงานทำหน้าที่มอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ให้ ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมหลับนอนทว่าหลังจากวันที่ 5-6 มกราคม เป็นต้นมา ข้อมูลต่างๆ ใน www.csiphuket.com ก็หยุดการเคลื่อนไหว เพราะความเข้าใจผิดกันในกระบวนการบางขั้นตอน ทำให้ไม่มีข้อมูลการพิสูจน์ศพส่งเข้ามา จำนวนยอดผู้ที่เข้าเว็บไซต์ก็ลดลง จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2548 อยู่ในอันดับที่ 18 มีจำนวนผู้เข้าชม 1,312 คน พล.ต.อ.นพดลชี้แจงว่า ตอนนี้เราเข้าใจกันแล้ว ซึ่งในส่วนของ www.csiphuket.com คงจะค่อยๆ ลดบทบาทลง เนื่องจากตอนนี้ข้อมูลจะนิ่งแล้ว เราจะไปรวมอยู่กับ Interpole สำนักงานตำรวจสากล โดยหันไปเน้นเรื่องฐานข้อมูล ป้อนให้กับ DVI (Disaster Victim Identification) หน่วยพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้ในการแมตชิ่ง ยืนยันศพ มีผู้เชี่ยวชาญจาก 80 ประเทศทั่วโลกมาร่วมกันทำงาน พร้อมกับนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของตนเองมาใช้ด้วย เชื่อว่าภายใน 5 เดือนจะแล้วเสร็จ เนื่องจากระบบการแมตชิ่งทำได้รวดเร็ว วันละ 30-40 ศพ ขณะเดียวกันชื่อของ CSI ก็เปลี่ยนเป็น TTVI Thai (Tsunami Victim Identification) โดยโอนไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ปล่อยให้ www.csiphuket.com กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ที่แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจกันของคนจากทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยสึนามิในประเทศไทยสำหรับคนที่เปิดเข้าไปใน www.csiphuket.com นับจากนี้ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งตามข้อมูลล่าสุดที่จะมีการทยอยส่งเข้ามาให้อยู่เรื่อยๆ จนกว่าการตรวจพิสูจน์ผู้ประสบภัยจากสึนามิจะเสร็จสิ้นลง

======

Refer: Phonthidadee931

Tags:

เด็กร้านส้มตำ

September 4th, 2006 Scalopus+ No comments

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยอาการ เสี้ยน.. อยากกินน้ำตก ก็เลยเดินไปที่ร้านน้ำตกที่กินประจำ แล้วกิน หมูน้ำตกตามปกติ ระหว่างนั้น ก็มีเด็กคนนึง เดินๆมาเปิดหม้อนู้นหม้อนี่ ในใจเราก็คิดว่า แม่คงให้เด็กเก็บหม้อมาช่วยล้างจานมั้ง เนื่องจาก เมื่อสักครู่พ่อแม่ของเค้า หอบถังจานชุดใหญ่ไปหลังบ้าน… ดูไปได้สักพักหนึ่ง เด็กมันก็เปิดหม้อนู้นหม้อนี้ บนโต๊ะส้มตำ เอ เหมือนมันไม่ได้กำลังจะเก็บล้างจานแฮะ เหมือนมันกำลังจะทำอะไรสักอย่าง

เด็กคนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์ อายุน่าจะสัก 6-10 ขวบ ไม่เกินนี้แน่ๆ หลังจากนั่งดูได้สักพัก เด็กมันก็มาเล่นไฟ เล่นเครื่องมือทำกับข้าวต่างๆที่อยู่บนโต๊ะตำส้มตำ อุตสาห์ปืนเก้าอี้ขึ้นไปยืนเล่นเลยนะ ใส่เครื่องปรุงนู่นนี่เล่นอย่างสนุกสนาน ในใจเราก็คิดว่า ทำไมแม่มันไม่มาดูแล หรือว่าวะ เกิดไฟลวก น้ำร้อนลวกทำไงวะเนี๊ย… ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เรายังกินหมูน้ำตกอยู่ใกล้จะเสร็จละ

สักพักเด็กมันก็เอาที่มันทำใส่จาน ปาดเหงื่อทีนึง พยายามโกยทุกอย่างที่อยู่ในหม้อที่มันทำลงจาน เอาน้ำเปล่าข้างๆ มาเทลงหม้อ เราก็คิดว่ามันคงจะเอามาชะล้างทุกอย่างลงจานมั้ง ที่ไหนได้ หลังจากเขย่าๆ มันก็เทลงถังขยะ แล้วก็ปีนขึ้นไปบนโต๊ะส้มตำ เอาหม้อขึ้นไปเก็บ แล้วก็เอาผ้าเช็ดโต๊ะมาเช็ดรอบๆบริเวณที่มันทำ

บนจานเป็น หมูน้ำตก!!!! โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เด็ก 6 ขวบทำหมูน้ำตกกินเอง เท่านั้นยังไม่พอ เด็กคนนั้นปีนลงมาจากเก้าอี้ ที่ไปยืนทำหมูน้ำตก แล้วก็มาที่ถังข้าวเหนียวที่อยู่บนเก้าอี้ มันก็หยิบไม่ค่อยถึงหรอกนะ แต่ก็พยายามปัดเอาผ้าขาวม้าออกมา แล้วก็เอาถุงพลาสติกที่ทิ้งๆไว้ในนั้นออกมาวางข้างนอก แล้วก็พยายามเอาผ้าข้าวม้าด้านนอกออกมากอง… ที่ตรูอึ้งอีกรอบก็คือ เด็กมันเอาถุงพลาสติกมาสวมกับมือ แล้วก็หยิบข้าวเหนียวลงจาน กรี๊ดดดด อึ้งมากค่าาา… ประมาณว่านึกถึงตัวเองตอนอายุ 6 ขวบ มีัดไม่เคยแตะ ไฟไม่เคยยุ่ง ไข่เจียวตูยังทำไม่เป็นเลยตอนนั้น ยังให้พี่ป้อนข้าวอยู่ด้วยเลยมั้งตอนนั้น ว่าแล้วก็นึกอายเด็ก 6 ขวบที่นั่งทำหมูน้ำตก ซึ่งตอนแรกเราคิดว่ามันนั่งเล่นอยู่ อายอย่างแรง ประมาณว่าถึงจะเป็นตอนนี้ เราก็ยังทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นหรอกนะ ก็ได้แค่ ข้าวไข่เจียว กับต้มมาม่ากิน ( . . )

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรูดูถูกเด็ก 6 ขวบมากเกินไปนะเนี๊ย. //

Tags:

ปาท่องโก๋ตุ๋น

June 30th, 2005 Scalopus+ No comments

เรื่องจากค่ายค้นฝัน สร้างสรรค์ความดี นะฮับ. เราจะมีไปกัน 2 ช่วง คือ ครั้งแรก ไป Train Staff ครั้งที่ 2 ไปทำค่ายจริง เริ่มต้นด้วย กุ้ง เอา ปาท่องโก๋ชิ้นเล็กๆมาให้ อืมมมมมมเห็นแล้วน่าอร่อยมาก แป้งนิ่มๆ แต่ข้างในมันแข็งๆนะ เราก็ถามกุ้งว่า กินได้จริงเปล่า เจ้าตัวบอกว่ากันได้ แต่เรายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เนื่องจากมีสายตาของทิพย์ ส่งมาแบบไม่น่าไว้ใจนัก ก็เลยเก็บปาท่องโก๋ไว้ก่อน เสร็จแล้วก็เจอหมู ก็ถามหมูอีก

หมูบอกว่าต้องเอาไปแช่น้ำก่อน ถึงจะกินได้ มันกินได้จริงๆ. เสร็จแล้ว เราก็เดินไปทำธุระแถวกุ้งอีกรอบ กุ้งบอกกินไปหรือยัง. เราก็บอกกุ้งว่า อ่าว มันต้องแช่น้ำก่อนไม่ใช่หรอ เห็นหมูบอกว่าถ้าไม่แช่น้ำ มันจะไม่พองออกมา

งุงิงุงิ ก็เห็นสายตามาจากทิพย์อีกรอบ น่าไว้ใจเหลือกัน =”= สักพักกุ้งก็บอกว่า แกอย่ากินนะเว้ย มันคือ “พวงกุญแจ” หงิ โดนตุ๋นซะเละเลย =”=

Tags:

Secured for spam by MLW and Associates, LLP's Super CAPTCHASecured by Super-CAPTCHA © 2009-2010 MLW & Associates, LLP. All rights reserved.