Archive

Archive for the ‘Deep in Heart’ Category

มือใหม่กับวิทยุสมัครเล่น

November 7th, 2008 Scalopus+ No comments

ท้าวความกลับไปยังสรุปเหตุการณ์ที่สำคัญของวิทยุสมัครเล่น จวบวันแรก จนถึงวันนี้ ผมได้เจอความรู้สึกดีดีมากมายจากเพื่อนในวงการที่หลายๆคนผมก็ยังไม่เคยเจอเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน (25-26 ตุลาคม 2551) ผมได้ไปงาน ARDF ของเหล่านักวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio Direction Finding — ARDF เป็นกิจกรรมแข่งขันค้นหาจุดส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ อย่างเช่นกล่องดำในเครื่องบินก็จะมีการปล่อยสัญญาณออกมา หรือการส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือ) เป็นกิจกรรมที่สนุกมากๆ คนกระทั้งผมเขียนเป็นเรื่องสั้นอิงเรื่องจริงขึ้นมา (เห็นพ่อบอกว่า เค้าเรียกว่า เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร –ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า) จนกระทั้งผมลืมไปว่า ผมยังไม่ได้เขียนถึงสิ่งที่ผมได้เจอมาเลย

ผมไปถึงบ้านพี่ E20FBA (นามเรียกขานในวงการวิทยุสมัครเล่น — Callsign) ตั้งแต่ห้าโมงตามเวลาที่พี่เค้าอยากให้มาถึง ไปถึงซอยนวลจันทร์ ผมก็นั่งรออยู่ที่สนามเด็กเล่น จนกระทั้งพี่ E20FBA มา ก็เดินไปที่บ้าน พี่เค้าดูเป็นหนุ่มใหญ่วัยกลางคนที่ค่อนข้างจะดูน่ากลัวแต่ก็ดูใจดี กว่าเราจะได้ออกจากบ้านกัน ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ซึ่งทำให้ผมหิวข้าวอีกรอบ ก็เลยได้กินข้าวโดยมี OL ของ E20FBA เป็นคนทำกับข้าวให้กิน หลังจากนั้น ผมก็ได้นั่งรถของพี่บี (ขออภัยด้วยจำนามเรียกขานไม่ได้) เดินทางมายังอุทยานจังหวัดสระบุรี

ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกเลยว่าผมยังวางตัวเหมือนเด็ก เหมือนคุณชายที่ทำอะไรไม่เป็นอยู่เลย ไปถึง ก็ทำให้นึกถึงบรรยากาศการแข่งขัน ที่แต่ละทีม ก็จะมากับทีมของตัวเอง แล้วผมละ ผมไม่รู้จักใครเลย ตอนนั้นวังเวงมากๆ เพราะว่า พี่ E20FBA เป็นกรรมการ ก็มีงานการต้องทำ ก็เหลือพี่ชาติ (จำ Callsign ไม่ได้อีกเหมือนกัน) ที่เดินทางมาด้วยกัน แต่พี่ชาติก็ดูเหมือนกำลังยุ่งๆอยู่เหมือกนัน ผมก็เริ่มเกิดอาการโหลง เพราะไม่รู้จักใครเลยจริงๆ

กางเต็นท์

สุดท้ายกางเต้นท์ลงหลักปักฐาน เหล่าสมาชิกวิทยุก็มาช่วยกางให้ กางเสร็จก็หายตัวไปอย่างลึกลับโดยที่ผมยังไม่ทันจะเอ่ยปากขอบคุณเลย ในใจรู้สึกดีนะ เขามาช่วยทั้งๆที่เราก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน นี่ยังไม่รวมถึงพี่ E20FBA ด้วย ที่เราโทรไป อยากจะร่วมกิจกรรม แต่เราไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่วิทยุ แต่อยากรู้ว่าเค้าทำอะไรกัน พี่เค้าก็บอกว่า เดี๋ยวพี่เค้าให้ยืมสายอากาศสำหรับร่วมกิจกรรม ARDF

คืนแรก พี่ E20FBA เอาอุปกรณ์ Fox ย่าน UHF มาให้ลองหาเล่นกัน สนุกดี ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เล่นแล้ว เพราะเห็นพี่เค้ายุ่งๆ จนตอนแรกไม่รู้จะคุยกับใครเหมือนกัน เลยหนีเข้าเต้นท์ส่ง Message ไปหาแนน วันนี้แนนเลยโทรมาคุยด้วยอยู่นานมากๆเลย รู้สึกดีใจจัง โทรมาจากสวีเดน คุยกันอยู่เกือบยี่สิบนาทีเห็นจะได้ ผมก็บ่นๆไป ว่าเหงาๆแฮะ หลังจากวางสาย ผมได้คุยกับพี่ๆในวงการที่มาคนเดียวอีกสองคน พี่ HS1JSB
มาตัวคนเดียวจากบางแค แต่ดูมากด้วยประสบการณ์
ดูเป็นคนที่น่าจะมีอะไรซ่อนไว้ในเบื้องหลังเยอะ กับพี่ E20OOT
มาคนเดียวจากสุรินทร์ ด้วยการขับมอเตอร์ไซค์มา พี่เค้าสุดยอดมากๆ
ในช่วงวันแรก ได้คุยกับพี่ E20RUZ ด้วย แต่เพิ่งมาได้คุยหนักเอาวันที่สอง
ดูพี่เค้าชอบเรื่องสายอากาศและการทดลองอะไรต่างๆมากๆเลย

วันที่สองก็สนุกมาก กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ตอนเช้า ตอนบ่าย พี่ๆเค้าก็มีงานอดิเรกของแต่ละคนมาให้ดูกัน บางคนก็เอาปืน BB Gun บางคนก็เป็นรถบังคับ และอีกหลายๆอย่าง มันดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่คนที่ชอบเล่นอะไรแปลกๆมารวมตัวยังไงยังงั้นเลย และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองยิงปืน BB Gun ขอบคุณพี่มากครับ ผมจำได้แต่หน้า แต่มิเคยได้ถามนามเรียกขานพี่เลย

วันนี้เราหาได้ทั้งหมดสองตัว คือตัวที่อยู่ที่ค่ายตัวนึง แล้วผมก็เริ่มจะกังวลเรื่องการเดินทางกลับอีกครั้ง เพราะว่าพี่บีเดินทางกลับล่วงหน้า ในวันเสาร์นี้ นั่งคุยกับพี่ E20RUZ พี่เค้าก็กำลังจะกลับวันนี้ด้วย ก็เลยเริ่มลังเลว่าเราจะอยู่ต่อหรือจะกลับดี แล้วก็ได้คุยกับพี่สน (คิดว่า HS0EBI นะ) พอดีเดินผ่าน บอกว่าเดี๋ยวผมจะกลับแล้วนะครับ พอดีมีคนจะกลับพอดี พี่เค้าก็บอกว่า ถ้าไม่มีรถกลับ กลับกะพี่เค้าก็ได้นะ นั่นเป็นอีกครั้ง ที่ทำให้ผมรู้สึกตื้นตัน ทั้งๆที่ผมเพิ่งได้คุยกันตอนเย็นนี้เอง พี่เค้าชวนไปนั่งด้วยและก็นั่งคุยกันอยู่พักนึง เขามากันเป็นครอบครัวเลย ตกดึก พี่โชติ (E20HHK) ก็มานั่งเคาะรหัสมอร์ส

นั่งรถกลับ

สรุปว่าวันต่อมา ผมได้นั่งรถพี่โชติกลับ ทั้งๆที่ผมยังไม่เคยได้คุยกันกับพี่เค้าเลย แค่ได้นั่งฟังพี่เค้าเคาะรหัสมอร์สตลอดคืนเท่านั้นเอง พี่เค้าเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ตอนอยู่บนรถ ผมมีนั่งหลับไปด้วย น่าเกลียดเชียว (-.-) พี่ๆพากันไปสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย RAST ที่ AIT พี่โชติมาส่งผมถึงบ้านเลย แค่ได้ติดรถมาก็รู้สึกดีมากๆแล้ว

ล่าสุด ก่อนกลับ พี่ E20FBA บอกมาว่า ถ้าจะตั้งสถานีหนะ พี่เค้าไปช่วยตั้งก็ได้นะ ตอนกลับมาก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่ที่บ้านมีปรับปรุงบ้านพอดี ก็เปิดไปเจอช่อง 144.0125 MHz ได้สนทนากับ พี่ E27BRV ถามเกี่ยวกับการตั้งสถานี พี่เค้าก็บอกมาว่า "จะขึ้นเมื่อไหร่ละ เดี๋ยวพี่ไปช่วย" โทรไปหาพี่ E20RUZ กะจะถามเรื่องสายอากาศว่าเลือกอะไรยังไง พี่เค้าก็บอกเหมือนกัน ว่า "จะขึ้นเมื่อไหร่ เดี๋ยวพี่ไปช่วย"

.

.

.

ไม่น่าเชื่อเลย เมืองกรุงเทพฯ ที่ใหญ่ขึ้นทุกวันๆ ผมได้เจอมิตรภาพที่แสนดี เพราะ "คลื่นวิทยุ"

Tags:

ครบรอบ 24 ปี วันเกิด

September 4th, 2008 Scalopus+ No comments

ครบรอบ 24 ปี. วันคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก ไม่ทันไร ก็ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งปี ปีนี้ได้ของขวัญที่มีค่ามากมาย เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ ก๊อปส่งอีเมล์มา Happy Birthday ล่วงหน้า พร้อมกับแนะนำวัดที่อยากให้ไปทำบุญวันเกิด. ได้หนังสือคู่มือมนุษย์จากบลิว ซึ่งผมได้อ่านก่อนวันเกิดผม ทำให้ผมได้เห็นและฉุดคิดกับบางสิ่งบางอย่าง วันจันทร์ เพื่อนลาดกระบัง นำโดยติ๊ก (TikLoop) ก็ MSN มาถามว่าจะนัดเจอกันวันไหนดี และอยากกินอะไร

วันอังคารผมนัดเจอกับเพื่อนกลุ่ม Hell-loop ก่อนล่วงหน้า เพราะอยากเจอเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอนานแล้ว แอนให้ของขวัญเป็นความใฝ่ฝัน ที่ผมได้หลงลืมไป แอนได้กลับมาทำให้ผมได้ฉุดคิดอีกครั้งถึงอนาคตของผม (เคยบอกกับแอนว่า อยากเลือก Thesis ที่มีโอกาสที่จะได้เข้าทำงานที่ Google) เพื่อนๆได้มารวมตัวกันครั้งใหญ่วันนี้เกือบยี่สิบชีวิต ที่บ้านคิม เราได้ของขวัญเป็นร้านหมูสะเต๊ะหน้าบ้านที่แสนอร่อย และขนมน้ำแข็งไส ที่หอมหวาน จากร้านเพื่อนของเราเอง (คิม)

ผมได้ของขวัญก่อนวันเกิด เป็น ศูนย์กีฬาเยาวชนเขตสะพานสูง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 500 เมตร ตั้งใจว่าจะไปออกกำลังกายตอนเช้า ช่วงที่ไม่มีคน ซึ่งวันแรกก็ได้ไปแล้ว ในวันก่อนวันเกิด คือวันที่ 3 กันยายน. ถึงแม้เราจะไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ผมก็ได้ของขวัญจากครูห้องออกกำลังกาย แนะนำวิธีออกกำลังกายท่าต่างๆ ที่สำคัญ ออกกำลังกายที่นี่ ไม่เสียเงิน เข้าใช้บริการได้ฟรี

พี่สาวผม ได้โทรมาตอนห้าทุ่ม ซึ่งคืนวันที่สามเป็นคืนวันที่ผมนอนเร็ว เพราะว่าไปออกกำลังกายมา ได้ SMS จาก พี่จู (TU-RSTL) ตอนหกโมงเช้า ที่ผมไม่คิดว่าพี่จะจำวันเกิดน้องชายคนนี้ได้ด้วย. MSN จากคิม, น้องหยุย (Podgilaz), ฟางข้าว เพื่อนหมูหยอง หรือ หนูเมย์ ก็ทักมา ‘Happy Birthday’ ก็ไม่รู้ว่าเอาวันเกิดเรามาจากไหน นุ้ย (Minigirlz) ก็ทักมา พี่เปรม นัตโตะ แนนนี่ (monkeysheep) พลอย (wwploy) ทักมาทาง Multiply พี่เมย์ ทักมาทาง Facebook

เพื่อนบริษัทที่ผมคิดว่าพวกเขาคงลืมกันไปแล้ว ก็รวมกันโทรศัพท์มาทักทายผมตอนช่วงบ่ายสาม (Annie, Ought, Sign) สร้างความแปลกใจมากทีเดียว น๊อตตี้, อดิรุจ โทรมาหาช่วงเช้าและช่วงมืดของวัน

กุนทักมาทาง Reuters Messenger แนน (Monkeysheep) โทรมาหาอีกครั้ง ช่วงหัวค่ำ ดีใจมาก นึกว่าจะไม่โทรมาแล้ว เพราะเขียนลง multiply วันนี้ยอมใส่หูฟัง คุยผ่าน VoipDiscount มาจากสวีเดน

เพื่อนก๊อฟ ก็ยังจำวันเกิดได้ ก็ Happy Birthday อีกครั้ง รวมทั้งเหล่าผองเพื่อน Software Engineering. พี่สาวเราโทรมาหา ถามว่าจะกลับกี่โมง ก็บอกว่าประมาณสี่ทุ่ม เพราะปกติ วันเกิดก็เหมือนวันๆนึง ที่บ้านก็กินข้าวกันปกติ ปีนี้ก็เลยนัดเพื่อนลาดกระบังมากินข้าวกัน

ขอบคุณ ติ๊ก, ผึ้ง, หนุ่ม, ตอง, ต้อง, เฟิร์ส สำหรับอาหารมื้อพิเศษที่ BBQ Plaza ในวันนี้ คืนที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหล่าผองเพื่อนที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ขอบคุณน้องก่อน ที่ฝากพี่หนุ่มมา Happy Birthday ด้วย

กลับมาบ้าน มีเรื่องที่น่า Surprise ในรอบ 15 ปี ก็คือ ป้ายกระดาษเล็กๆ สีขาว เขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย เขียนไว้ว่า "Pop มีเค้กไอติมในตู้เย็น ช่อง Freeze" น้ำตาแทบไหล กลับมาถึงบ้านวันนี้ตอนสี่ทุ่มกว่า ป๊อปขึ้นไปหาแม่ที่ห้องนอน ซึ่งกำลังดูมังกรหยกกับพ่ออยู่ แม่ลูบหัว พร้อมกับบอกว่า "Happy Birthday พี่เป้เค้าซื้อเค้กมาให้แนะ เมื่อคืนพี่ปุ๋มก็โทรศัพท์มา Happy Birthday"

นับจากวันที่ผมเกิด จนกระทั้งวันนี้ คงจะกินเวลา 1/3 ของอายุขัยของมนุษย์แล้ว ถึงแม้ว่าผมจะได้ไม่รู้ว่าอนาคต ผมจะมีชีวิตถึงอายุเท่าไหร่ แต่วันนี้ ผมมีความสุขมาก ไม่ได้เพราะเป็นวันเกิด แต่เป็นเพราะ ความรู้สึกที่เหล่ามิตรสหาย คนสนิท เพื่อนสนิท และครอบครัว ได้มอบให้กับผม

แม้แต่ฝน ก็ยังร่วมแสดงความยินดีตั้งแต่เช้า แสงแดดตอนกลางวัน ความเงียบสงบ ในยามค่ำคืน เสียงจิ้งหรีดร้องระนาว บ้านหลังนี้ ที่อบอุ่น โน๊ตบุ๊ค ที่ทำให้ผมได้มีวันนี้… ผมได้เริ่มให้ของขวัญกับตัวเอง ตั้งแต่เมื่อวาน จากของขวัญคือหนังสือคู่มือมนุษย์ ผมได้ให้ของขวัญกับร่างกายด้วยการไปเริ่มออกกำลังกาย ผมให้ของขวัญกับสมอง ด้วยการได้ลองสิ่งใหม่ๆ (Python) ผมได้ให้ของขวัญกับอนาคตตัวเอง ด้วยการเสนอแนวคิด Thesis ผมได้ให้ของขวัญกับภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการเริ่มกลับมานับเงินในกระเป๋าอีกครั้ง

ขอบคุณโลก ขอบคุณแรงดึงดูด ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ วันวันนึง มีความหมาย. และวันต่อๆไป ก็จะเป็นวันที่มีความหมายสำหรับผม ทุกๆวัน…

[Update] ซวง Message มาเพิ่มตอนเที่ยงคืน กับ Jennifer ทักมาทาง Facebook ก้องซากุทักมาทาง MSN

Tags:

First Impression

February 10th, 2007 Scalopus+ No comments

ในชีวิต มีเรื่องราวมากมาย หลายครั้งที่หากย้อนกลับมาความรู้สึกครั้งแรก ก็จะรู้สึกถึงความรู้สึกแรกพบอีกครั้ง… บางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ในความจำเจได้เหมือนกัน…

ตอนประถม จำได้ว่า พอเข้าม.1 เพื่อนขอยืมตังค์ปั๊ป….มารู้ตอนหลังว่า อ่อ มันเรียกว่าไถตังค์หรอกหรอ –’

ตอน ม.2 วิชาชุมนุม เราเคยตื่นเต้นดีใจที่จะได้เรียนวิชาทางคอมพิวเตอร์สักที…. ตอน ม.6 ตอนที่สอบโควต้าของ Computer Science ธรรมศาสตร์ กับครั้งแรกในรั้วมหาวิทยาลัย ที่พี่ๆพาไปทำกิจกรรมตอนหลังจากสัมภาษณ์โควต้า…. ความรู้สึกแรก เมื่อเจอเพื่อนที่ลาดกระบัง ในช่วงสัมภาษณ์ก็ได้ขออีเมล์เอก และห้องเรียน Calculus ที่ทั้งห้องพากันจำชื่อของคนอื่นๆ

เรื่องราวมากมายของคนๆนึงที่อยู่ในความทรงจำตลอดช่วงระยะเวลาที่เรียนอยู่ลาดกระบัง…

ความรู้สึกครั้งแรก เมื่อได้ขึ้นเรือ ตอนค่ายเรือเยาวชนสร้างสรรค์ไทย ที่ทำให้เรารู้สึกดีจนกระทั้งทุกวันนี้… ความรู้สึกครั้งแรกของวันแรกของการทำงาน ภาพที่ยังจำได้ติดตา ของหมายเลขที่นั่ง ที่ขึ้นบนบอร์ด ในห้อง Boot Camp ที่บางคนยังไม่มีที่นั่ง แต่แล้วก็มีรายชื่อบนบอร์ด และมีเลขที่นั่งแล้ว

ความรู้สึกเมื่อเดินแวะแต่ละชั้นของ Reuters Software และความรู้สึก เมื่อพี่พาเดินไปยังโต๊ะที่นั่ง ยังจำได้ว่า พี่ดาว นั่งคุยกับมุ้ย ณ เวลานั้น… ความรู้สึกของวันที่ 2 ของการทำงาน ที่มาทำงานสายเลย 9 โมงครึ่งได้ ความรู้สึกของการเปิดคอมพิวเตอร์ครั้งแรก และต้องทำตามขั้นตอนที่ได้เรียนรู้มาจาก Boot Camp วันแรก ความรู้สึกตื่นเต้น เมื่อได้รับอีเมล์ Welcome onboard of RFA team ของพี่ป๋อง เป็นความรู้สึกการต้อนรับที่แสนอบอุ่น ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทีมนั่งกันตรงไหน ณ ตอนนั้น อยู่ชั้นเดียวกันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

ความรู้สึกของเดือนแรกของการทำงาน ที่ตื่นเต้น พยายามใช้ทรัพยากรทุกอย่างของ Office ให้คุ้มค่า กินน้ำกระป๋อง 5 บาททุกวัน กินโอวันตินทุกวัน นั่งคุยกับเพื่อนตอนบ่าย และเครียดกับงานแรกที่ได้รับคือ Dry-Run ที่ ณ ขณะนั้น ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ความรู้สึกของวันที่ 2 ที่แอนเข้ามาหา แล้วก็ขอดูหมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์ แล้วก็จัดการติดต่อเรื่อง Admin Right ให้… ความรู้สึกแรก เมื่ออู๋ เพื่อนที่เรียน MCAD ที่ขอนแก่น ก็ทำงานที่เดียวกับเรา ทีมเดียวกับเรา และนั่งใกล้ๆเรา เหนือไปกว่านั้นคือ รหัสพนักงานก็ติดกับเรา และชื่อก็คล้ายเรา แม่ชื่ออู๋ ก็เหมือนชื่อแม่เรา

ความรู้สึกของการนั่งใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ว่าต้องทำงานอะไร ในช่วงวันแรกของการทำงาน ไม่มีใครเข้ามาคุย (เพราะอู๋กับทราย ต่างไปเทรนทั้งคู่) ความรู้สึก เมื่อได้เข้าห้อง Itanium ของ NECTEC ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสห้องเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่ พร้อมกับตื่นเต้นในความอลังการ ว่า เฮ้ย! นี่เราจะได้ทำงานห้องนี้หรอ

ความรู้สึก เมื่อได้งานแรกเป็นการลง Software บน Itanium 2 ใหม่ กับตู้ Rack ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ ทั้งๆที่มีอยู่เพียง 3 ตู้ Rack ก็ตาม…. ความรู้สึก เมื่อได้เข้าห้อง Data Center ของที่ทำงานครั้งแรก ที่เต็มไปด้วยตู้ Rack คอมพิวเตอร์

ความรู้สึกครั้งแรกของการได้ชิมโมจิ ที่ซื้อมา เพราะเห็นโนบิตะ กับโดเรม่อนชอบกิน

Tags:

เพื่อน ที่เราประทับใจ

January 12th, 2006 Scalopus+ 1 comment

ตลอดช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เรามีเพื่อนอยู่ 2 คน ที่เรารักมาก. คนนึงเรียนด้วยกันตอนม.ปลาย และอีกคน เรียนด้วยกัน ในช่วง 4 ปี ป.ตรีที่ผ่านมานี้. เรามักจะเข้าข้างเพื่อน 2 คนนี้เสมอ[ถ้ามีปัญหา] แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่เจอปัญหา และเป็นห่วงมาก เพราะ เพื่อน 2 คนนี้ คิดถึงส่วนรวมก่อนเสมอเลย

คนแรก ชื่อ คำรณ ได้รู้จักตอน ม.ปลาย เป็นคนที่รักเพื่อนมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไม่ได้เจอกันนาน พอวันเทศกาล บ้านออม ก็จะจัด Meeting คำรณ ร้องไห้ออกมาเองเพราะคิดถึงเพื่อนมากด้วย. ตอนอยู่ ม.ปลาย มีกิจกรรมมากมาย ที่ให้คำรณคอยช่วย เนื่องจาก คำรณ เก่งเรื่อง จิตรกรรม งานศิลปะ บ่อยครั้ง ต้องให้คำรณช่วยบ่อยมาก จนกระทั้ง คำรณแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน นั่งทำทั้งวันทั้งคืนอยู่บ่อยครั้ง. ชีวิตคนเรา จะมีใครสักกี่คนกันนะ ที่เกรงใจกันได้ทุกคน

คำรณ เป็นหนึ่งในคนที่เพื่อนทุกคนเกรงใจ เพราะรู้ว่า ไม่ว่างานอะไร ถ้าไปขอให้คำรณช่วย เค้าก็จะช่วยเสมอ แม้ว่า เค้าเองไม่มีเวลาของตัวเองเลยก็ตาม ทุกคนเกรงใจไปเอง คำรณเป็นที่รักของเพื่อนๆมาก รวมถึงเราด้วย บ่อยครั้ง เรากลัวว่า มันจะโดนสังคมเอาเปรียบ เพราะความที่มันมีความเป็น "คนดี" ของสังคมอย่างสุดขั้ว

เวลาเราคุยกับคำรณ เราจะเรียกคำรณว่า "คุณ" เหมือนกับที่คำรณเรียกกับเพื่อนทุกคน มันเหมือนเป็นคำโต้ตอบที่ออกจะแปลกในหมู่เพื่อน แต่กลับให้ความหมายดียิ่งนัก (เรามีเพื่อนแค่ 2 คนที่เริ่มต้น ใช้คำศัพท์นามว่า "คุณ" คือ คำรณ กับ หมูหยอง) นี่ เป็นคนที่ 1 ที่เราเชื่อว่า เขาบริสุทธิ์ และไม่มีทางเป็นพิษเป็นภัยกับใคร ถ้ามีคนแบบเขาอยู่บนโลกได้สัก 10% คงทำให้โลกน่าอยู่มากๆเลยทีเดียว

คนที่สองคือ เม้ง ได้รู้จักตอนเรียน computer science ด้วยกัน ช่วงแรกเราจะไปไหนมาไหนกับเม้ง เรามองว่าเม้งเป็นคนที่มีอุดมการณ์ ซึ่งอาจจะได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นครู อย่างมาก บุลคลิก เม้ง ดูเหมือนเป็นคนนุ่มนวล แล้วก็คิดถึงคนอื่นเสมอ เขาอยากเรียนต่อทางด้าน Game Programming ซึ่ง โปรเจคจบ เค้าก็ได้ทำอย่างที่เค้าอยากทำ ได้เรียนในวิชาที่เค้าอยากเรียน แต่เวลามีการแสดงความคิดเห็น หลายครั้ง ที่เม้ง ให้มุมมองที่แตกต่างกันออกไป เป็นมุมมองของคนที่คิดถึงคนอื่นก่อน แต่ในความนุ่มนวล กลับหนักแน่น ในเรื่องที่ตัวเองเห้นว่าสมควรแล้ว ต้องเป็นอย่างนั้น และกลับมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากทีเดียว (เรารู้สึกว่าเห็นได้บ่อยครั้งนะ) และ จากคนที่แก่กล้าประสบการณ์งานกิจกรรม งานเพื่อสังคม คำสอนหรือคำแนะนำ สำหรับน้องๆ ดูเหมือนเม้งจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี สามารถถ่ายทอดเป็นขั้นตอนได้

น่าเสียดาย ผมกลับความจำปลาทอง จำชื่อจริง นามสกุลจริงแน่นอนไม่ได้ อย่าง คำรณ ไม่แน่ใจว่า นามสกุล เหล่าหวังศรี หรือ คงเจริญถิ่น หรืออะไรเทือกนี้ เนื่องจาก ตอนม.ปลาย เช่นนามสกุลปลอมกันบ่อย ส่วนเม้ง อนุพงศ์ เลี้ยงมณีกุล [ ไม่รู้สะกดถูกมั๊ย ]

วันนี้ สิ่งที่สะกิดใจให้ผมอยากเขียนเรื่องนี้ มาจากไดอาร์รี่ของเม้ง ที่มันมาสะกิดใจ ให้ผมอยากเขียนเรื่องเหล่านี้เก้บไว้สักหน่อย. // ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีดี ที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ.

Tags:

Secured for spam by MLW and Associates, LLP's Super CAPTCHASecured by Super-CAPTCHA © 2009-2010 MLW & Associates, LLP. All rights reserved.