ในตอนนี้ ผมไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด ขณะนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Get Anyone to do anything ของ Divid J. Liberman พอดีกับ ทักษิณ วิดีโอลิงค์มาพูด จึงขอมาดูความเชื่อมโยงกันสักหน่อย โดยในครั้งนี้ จะอ้างอิงจากหนังสือแปลเป็นภาษาไทย ISBN 974-92934-1-X
เกริ่นนำ…. วันนี้วันที่ 10 เมษายน 2552 หนึ่งวันหลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงเริ่มปิดถนนในกรุงเทพมหานครและพัทยา ในขณะที่การประชุม ASEAN กำลังจะเริ่มต้นขึ้น การปิดถนนครอบคลุมถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และทักษิณ ได้วิดีโอลิงค์มา โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
บทที่ 21: ทำอย่างไรจึงจะทำให้กลุ่มคนใดๆ ก็ตามเข้ากันได้ดี — ในบทนี้ของ Liberman ได้กล่าวว่า ก็ต้องสร้างปัญหาที่เกิดขึ้นจากภายนอก แล้วคนภายในที่แยกตัวกันจะเริ่มให้ความร่วมมือกัน เพื่อต่อกรปัญหาภายนอก … ดูเหมือนบทนี้จะใช้ไม่ได้สำหรับ การแตกเป็นกลุ่มความเห็นในประเทศไทยในระดับมหาภาค อาจจะเป็นเพราะ ทั้งสองกลุ่ม ที่ผู้นำที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งสองกลุ่ม และ แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีเพียงใด วิกฤตจากแฮมเบอร์เกอร์คริซิส พนักงานที่ถูกปลดเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมาและปีนี้ เขมรก็กำลังตีท้ายครัว เรื่องประสาทเขาพระวิหาร แต่ประเทศก็ยังคงแตกแยกกันอยู่ ไม่มีความร่วมมือใดๆเกิดขึ้น ไลเบอร์แมน ได้กล่าวว่า ถ้าเขาไม่มีปัญหาภายนอก เขาจะเริ่มสับสนกับปัญหาภายในจิตใจของเขาเอง และใจจะเริ่มตีกันเองภายใน แต่ถ้าหากกำหนดเป้าหมายที่จะต้องต่อสู้กับภายนอก ทุกฝ่ายก็จะร่วมมือกันมากขึ้น
แต่หนังสือไม่ได้กล่าวถึงว่า แล้วถ้าผู้นำกลุ่ม ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะต่อสู้กับภายนอก แต่ต่อสู้กันภายในเมืองละ? จะทำอย่างไรได้ / แล้วทำไมเขายังปลุกระดมคนได้อยู่กันละ? [quote]เมื่อ
คืนวันที่ 8 เม.ย.ได้ข่าวว่า ประชาชนนอนบนถนนกัน ต้องเจอกับยุงตัวโต
ทั้งนี้ต้องมองให้เป็นอีกมุมเพราะในชีวิตไม่สามารถนอนบนถนนได้
แต่วันนี้มานอนได้[/quote]
- เข้าใจคนอื่นและทำให้รู้สึกว่าผู้นำใส่ใจเขา [p.133/บท 18 สุดยอดเคล็ดลับทางจิตวิทยาของความเป็นผู้นำ ทำให้ทุกคนเดินตามคุณ]
[quote]ไม่
ใช่มานอนเพราะตกทุกข์ได้ยากแต่เรากำลังเรียกร้องอนาคตให้ลูกหลาน
เพราะฉะนั้นคนจะนอนคฤหาสน์ใหญ่อย่างไรก็ไม่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เท่า
พวกเรา[/quote]
- พยายามโยงเข้ากับความรู้สึก ว่าเรากำลังทำเพื่อใคร.
- บอกว่า เรามีโอกาสที่นี้โอกาสเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
[quote]ดังนั้นประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะสำคัญสำหรับประเทศ ถ้า
มารวมใจกันขนาดนี้ไม่สามารถทำประชาธิปไตยของประชาชนได้มันไม่มีอีกแล้ว
หลายทศวรรษมาแล้วเราอยู่บนประชาธิปไตยเพื่ออำมาตย์ไม่ใช่เพื่อประชาชน[/quote]
- บอกว่า คุณจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป ถ้าหากคุณไม่ทำ และตอกย้ำว่าเป็นโอาสเพียงครั้งเดียว
[quote]ตนได้รับแจ้งว่าแท็กซี่ปิดการจราจรที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยที่ไม่มีใครสั่ง ตนขออภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนใน กทม.ที่ไม่ได้รับความสะดวก[/quote]
- สร้างความมั่นใจให้ผู้กระทำว่าเป็นการตัดสินใจเอง ที่ไม่ได้ถูกครอบงำ
[quote]แต่ความไม่สะดวกครั้งนี้เพื่ออนาคตลูกหลานข้างหน้า ขอให้ทนอีกไม่กี่วันเพื่ออนาคตที่ยาวนานของเรา[/quote]
- ย้ำความรู้สึก ว่าทำเพื่อใคร
[quote]เพราะเราทนสุกๆดิบๆกับประชาธิปไตยมานานแล้ว ทำไมจะทนไม่ไหวในแค่ไม่กี่วัน[/quote]
- เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน กำลังจะบรรลุเป้าหมายแล้ว p.156
[quote]“สปิริต
ของพี่น้องแท็กซี่ ลองนึกถึงลุงนวมทอง ไพรวัลย์
ที่สละชีวิตเพื่อประชาธิปไตย วันนี้พี่น้องแท็กซี่ยอมทำผิดกฎหมายจราจร
เพราะว่าอยากจะบอกให้พี่น้องใน
กทม.ว่ามาร่วมกันนำประชาธิปไตยเพื่อประชาชนให้เกิดขึ้นจริงเถอะ”[/quote]
- เสริมสร้างความภูมิใจในตัวเอง และสร้างภาพ บุคคลตัวอย่างให้มีความมุ่งมั่น
[quote]วันนี้ประชาชนอึดอัดมาก การต่อสู้ครั้งนี้ขอให้คนที่ไม่ได้มาร่วมต่อสู้ เข้า
ใจว่าเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์
เป็นการต่อสู้เพื่อถอนรากถอนโคนการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549
เพื่อให้เป็นการปฏิวัติครั้งสุดท้ายของประเทศไทย เพื่อให้รัฐธรรมนูญปี
2540 เป็นฉบับสุดท้ายที่ฉีกโดยทหาร[/quote]
- สร้างความขัดแย้งภายในใจ ว่าตัวเองคิดถูกหรือไม่ ในฝ่ายที่ยังไม่ได้ปักใจ หรือมุ่งไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
[quote]เป็นการถอนรากถอนโคนอำมาตย์ผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้การปฏิวัติต้องไม่เกิดขึ้น เพราะ
ถือว่าอำนาจของประชาชนสูงสุด
ต้องไม่มีอำนาจอื่นใดมาเหนืออำนาจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอีกแล้ว
วันนี้เราแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ถ้าเราแพ้ ประเทศ และประชาชนจะแพ้
อนาคตไม่มีความแน่นอน เราต้องสู้และเอาชนะโดยสันติ
ไม่บุกรุกสถานที่ราชการแต่กีดขวางได้เนื่องจากพวกเราไม่มีเส้น[/quote]
- บอกว่า จริงๆแล้ว อีกฝ่ายเขาทำเพื่อตัวเองนะ คุณคิดถูกแล้วหรอ….
- บอกว่า เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องสนใจกฏหมาย เพราะว่าจริงๆ เราไมได้เป็นเจ้าของ แต่อีกฝ่ายหนึ่งเขียนขึ้น
- บอกว่า เพราะว่าเราไม่มีสิ่งหนึ่ง จึงจำเป็นต้องทำในอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้ไม่รู้สึกผิด ในการกระทำที่จะต้องทำ
[quote]อดีต
นายกฯกล่าวว่าสมัยที่ตนเป็นนายกฯ สีเหลืองบุกยึดทำเนียบฯ ตอนกลางคืน
ตนทำอะไรไม่ได้เพราะม็อบมีเส้นและมีอำมาตย์นั่งอยู่
พรรคประชาธิปัตย์หนุนหลัง
แต่วันนี้เรารักและสู้แบบสันติไปบอกชาวโลกว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่
จะเป็นรัฐบาลต่อไป บางคนมาร่วมไม่ได้เพราะมีภารกิจ
แต่ขอเสียสละความไม่สะดวกให้พวกเราบ้าง
ที่สุดแล้วเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว
คนไทยคนหนึ่งก็ได้ประโยชน์จากความมั่นคั่งของประเทศในอนาคตแน่นอน
ประเทศไทยล้าหลังมานานแล้ว แพ้ประเทศแล้วประเทศเล่า หากปล่อยไว้จะแพ้อีก
คนไทยจะจนต่อไป มีหนี้สินที่ชำระไม่ได้ พอกันทีที่ปล่อยให้มีคนจน
แล้วอำมาตย์สบายๆแบบนี้[/quote]
- เพิ่มความเชื่อมั่น ว่ากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง (โยงเข้ากับศักศรีความเป็นมนุษย์ และความเป็นตัวตนของเรา)
- ขายฝันจากเป้าหมาย ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
- ผูกเข้ากับความรู้สึกอีกครั้งเพื่อจูงใจ โดยผูกกับความกลัว เรื่องของหนี้สิน
[quote]“ยัง
มีความทรงจำในช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลได้ไหม
ตอนนั้นอำมาตย์จะครอบงำแต่รัฐธรรมนูญและพี่น้องให้คะแนนตนมากมายจนทำงานได้
เต็มที่ แต่หากจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำมาตย์ครอบงำ
พี่น้องจะมีความสุขเท่ากับช่วงพรรคไทยรักไทยแค่ไหน
ประเทศจะมีศักดิ์ศรีแค่ไหน อดทนอีกไม่กี่วัน
ข้าราชการทั้งหลายหัดซื่อบื้อหน่อย ตนได้รับแจ้งมาว่าผู้ว่าฯ
จ.หนองคายตัดไฟที่ศาลากลางจังหวัดและคงไม่ใช้เงินเดือนจ่ายค่าไฟหรอก”อดีตนายกฯกล่าว[/quote]
- ผูกกับความไม่แน่นอน เพื่อให้อารมณ์รู้สึกว่า ถ้าหากไม่ทำ มันจะเกิดความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ไม่แน่นอนว่าความสุขจะเหมือนเก่า
[quote]อดีต
นายกฯกล่าวว่า
วันนี้ประชาชนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจที่อยากเห็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชนที่
เคารพเสียงส่วนใหญ่ หากเป็นเพื่ออำมาตย์ที่ต้องรอรับความเห็นชอบ
เช่นบอกว่านายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะเป็นนายกฯที่ดีที่สุดในประเทศและประเทศโชคดี
ความจริงนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯเป็นผลไม้ที่มาจากต้นไม้เป็นพิษ
เพราะใช้กระบวนการทุกอย่างปล้นอำนาจและฝืนเจตนาประชาชน
อำมาตย์และอภิสิทธิ์ชนในกทม.บอกว่าอย่ายุ่งปล่อยให้นายอภิสิทธิ์แก้ปัญหา
ก่อน
วันนี้หากนายอภิสิทธิ์มีสปิริตความเป็นประชาธิปไตยขอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่
และอาจได้รับเลือกตั้งแล้วประชาชนจะบอกว่าหล่อกว่าเยอะ หากดื้อแบบนี้เสียดาย เพราะนายอภิสิทธิ์ยังเหลือเวลาอีกเยอะ[/quote]
- เน้นย้ำว่าอีกฝ่ายกำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเสนอทางเลือกใหม่ให้อีกฝ่ายหนึ่ง
- ผูกเข้ากับศักดิ์ศรีความเป็นคน ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะมีศักดิ์ศรีเมื่อทำสิ่งนี้
[quote]อดีต
นายกฯกล่าวว่า วันนี้พวกเราจะสู้แบบสันติแม้จะไปขัดขวางตรงนั้นตรงนี้บ้าง
แต่ไม่ทำลายทรัพย์สินและบุกรุกสถานที่ราชการ
หากผิดก็ผิดกฎกมายจราจรแต่มันเรื่องเล็ก
ทหารและตำรวจอย่าใช้แก๊สน้ำตาและอาวุธกับประชาชน แม้เราไม่มีเส้น
แต่จะนำไปสู่ระบบยุติธรรมที่แท้จริง ฉะนั้นอย่าเอียง อนาคตที่สดใสของประเทศเราคว้าได้ มันอยู่แค่เอื้อมแล้ว ต้องอดทนสู้ต่อ อย่ายอมแพ้[/quote]
- กลับมาตอกย้ำอีกครั้ง ว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดทุกประการ ศักดิ์ศรีของเราครบถ้วน
[quote]“พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา ผบ.ทบ.)อยู่ไหนไม่เห็นออกทีวีมาบอกให้นายอภิสิทธิ์ลาออกเลย ผบ.เหล่าทัพตอนที่นายสมชาย(วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ)เป็นนายกฯ ก็มาออกทีวีบอกให้ลาออก แบบนี้มันคืออิทธิพลของอำมาตย์เช่นกัน ตกลงแล้วนายอภิสิทธิ์จะเป็นรัฐบาลของประชาชนหรืออำมาตย์กันแน่ หากอยากเป็นรัฐบาลของประชาชนต้องยุบสภาแล้วจะมีโอกาส”อดีตนายกฯกล่าว แต่นายวีระกล่าวเสริมว่า สาบสูญไปแล้ว[/quote]
- ทำให้คนไม่ปักใจ เริ่มสั่นคลอนในความคิดตัวเองอีกครั้ง ว่าเรากำลังเข้าข้างถูกฝ่ายหรือไม่
เมื่อผมมาผูกกับหนังสือของไลเบอร์แมนแล้ว ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคำพูดมันถึงได้มีพลัง เพราะมันเป็นคำพูดทางจิตวิทยาล้วนๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ผูกด้วยความสอดคล้องเข้ากันเป็นอย่างดี แต่ถ้าหากเราถอดความรู้สึกออกไปได้ ก็จะเกิดคำถามที่เป็นเหตุเป็นผลมากมายตามมา เช่น ได้คุ้มเสียจริงหรือ? เราได้ประโยชน์จริงๆหรือ? เราได้ประชาธิปไตยแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างนั้นหรือ? สำหรับผม ผมคิดว่าไม่ เราสูญเสียไปมากจริงๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าหากเสื้อสีแดง เสื้อสีเหลือง เสื้อสีน้ำเงิน เสื้อสีขาว เสื้อสีฟ้า เสื้อสีกากี มาช่วยกันกันแข่งขันว่าใครพัฒนาประเทศได้ไกลกว่ากัน จะดีกว่าไหม
แต่คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าใจยังยึดติด และ 90% ตัดสินว่าจะกระทำอย่างไร ด้วยอารมณ์…..
ผมขอแนะนำหนังสือของไลเบอร์แมน หากท่านใด ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเขียน ว่ามันสร้างพลังในคำพูดได้มากได้อย่างไร…..