Posts Tagged visualization

  • Information Overhead

    Posted in Management Skills - 4 October 2008 01:10:25
  • ตามไปอ่าน Blog ของคุณ @p_warawit มา (คุณ @p_warawit ก็เอามาจากคุณ @FordAntiTrust อีกที) มีประเด็นเรื่องที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาของผมเองไปไม่นานมานี้ นั่นคือ ปัญหาการรับข้อมูลเกินขนาด เพราะว่าเทคโนโลยีช่วยให้เรารับข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นจนข้อมูลข่าวสารนั้นทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำมารวมตัวกันมากเกินกว่าประตูน้ำของเขื่อนที่จะระบายออกไปได้ทัน ปัญหานี้ ดูเหมือนว่าผมไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวเสียแล้วแต่เหล่านักบริหารทั้งหลายต่างก็มีปัญหาเดียวกันคือ ภาวะมีข้อมูลเยอะเกินแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสารสนเทศ (Data to Information) เพื่อนำมาใช้งานได้

    ผมได้ตามไปดู At the whiteboard ซึ่งมีการนำเสนอเรื่องของ Next Generation of Business Intelligence ภาษาอังกฤษอ่อนแอ แต่ได้เนื้อใจความจาก @p_warawit อีกที ว่าเขาเน้นเรื่องของเครื่องมือ และเปลี่ยน Data เป็น Story ซึ่งจะทำให้สมองของเราตีความได้ดีกว่า ซึ่งจริงๆ ผมคิดว่าเป็นเว็บไซต์ประเภท Data Mining / Data Analysis จะบูมในลำดับต่อไป ซึ่งมีเว็บไซต์หลายๆแห่ง ที่ได้พยายามขายข้อมูล Analysis ให้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่าง Google Trends ซึ่งแสดงกราฟของความสนใจในการค้นหา โดยไปผูกเป็นกราฟร่วมกับข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาต่างๆ หรืออย่าง Twitter ที่ เดิม ข้อมูลมีลักษณะเป็นข้อความต่อมาเรื่อยๆเท่านั้น ก็มี Mashup Product ต่อยอด ที่ชื่อว่า Plurk.com แสดงเป็น Timeline แทน

    เช่นเดียวกัน อย่างพวก Blog ตอนนี้คนส่วนใหญ่เขียนมายังไม่นานนัก ประมาณ 1-4 ปี เป็นส่วนใหญ่ อย่างผม ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า อยากจะได้ Blog Application ที่มีลักษณะคล้าย Google Trends และ Plurk ทำ Blog ของผมออกมาเป็น Timeline เทียบช่วงเวลาเดียวกันของแต่ละปี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

    ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องการมองเห็นแล้ว ครั้งหนึ่ง รายการ MCOT.NET ก็ได้มีคนในวงการ New Media มาเล่าให้ฟัง (อ.โจ) ก็มาเจอเว็บที่เป็นตัวอย่างกราฟแบบต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็นข้อมูลเป็นก้อนๆเหล่านั้นออกมาได้ดีขึ้น หรือว่าจะเป็นการ Analysis ข้อมูลของวันเดือนปีเกิดของเด็ก ออกมาเป็นกราฟได้อย่างน่าสนใจ ศาสตร์ตรงนี้ เขาเขียนว่า Information Visualization

    นอกเหนือจากการรับข้อมูลเกินขนาดซึ่งส่งผลต่อด้านเวลาและการวิเคราะห์แล้ว อีกด้านหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนช่องทางการรับรู้… ทุกวันนี้ ผมอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ อาศัยการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่โสตประสาทอื่นไม่ได้ทำงาน จนกระทั้งหลังๆ เปลี่ยนวิธีใหม่ เป็นฟังรายการวิทยุออนไลน์แทน รวมถึงไดอาร์รี่60 ของคุณ @macroart กับ Twitter ก็ทำให้ฉุดเห็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เพราะข้อมูลมันเยอะเกิน เราจึงพยายามจะ Process ข้อมูลให้เสร็จโดยไว อย่าง Twitter เลยจำกัดอักษรไว้เพียง 160chars (แม้ว่าจะมีเหตุผลอื่นๆอีกมากมายมาสนับสนุน) หรืออย่าง diary60 ก็พยายามกำหนดกรอบให้ผู้สร้างเรื่องจะต้องสร้างภายในกำหนดระยะเวลา แทนที่จะเล่าเท่าไหร่ก็เล่าได้ เล่าไปเรื่อย สรุปคือ กำหนดกรอบระยะเวลาของการส่งข้อมูล ทำให้คนติดตามอยากติดตามมากขึ้นนั่นเอง