<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จอมยุทธ์.เน็ต &#187; visualization</title>
	<atom:link href="http://www.jomyut.net/tag/visualization/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.jomyut.net</link>
	<description>มนุษย์ซึ่งสนใจเรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2010 19:36:02 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Information Overhead</title>
		<link>http://www.jomyut.net/2008/10/information-overhead.html?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=information-overhead</link>
		<comments>http://www.jomyut.net/2008/10/information-overhead.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 01:10:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Scalopus+</dc:creator>
				<category><![CDATA[Management Skills]]></category>
		<category><![CDATA[information]]></category>
		<category><![CDATA[visualization]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[ตามไปอ่าน Blog ของคุณ @p_warawit มา (คุณ @p_warawit ก็เอามาจากคุณ @FordAntiTrust อีกที) มีประเด็นเรื่องที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาของผมเองไปไม่นานมานี้ นั่นคือ ปัญหาการรับข้อมูลเกินขนาด เพราะว่าเทคโนโลยีช่วยให้เรารับข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นจนข้อมูลข่าวสารนั้นทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำมารวมตัวกันมากเกินกว่าประตูน้ำของเขื่อนที่จะระบายออกไปได้ทัน ปัญหานี้ ดูเหมือนว่าผมไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวเสียแล้วแต่เหล่านักบริหารทั้งหลายต่างก็มีปัญหาเดียวกันคือ ภาวะมีข้อมูลเยอะเกินแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสารสนเทศ (Data to Information) เพื่อนำมาใช้งานได้
ผมได้ตามไปดู At the whiteboard ซึ่งมีการนำเสนอเรื่องของ Next Generation of Business Intelligence ภาษาอังกฤษอ่อนแอ แต่ได้เนื้อใจความจาก @p_warawit อีกที ว่าเขาเน้นเรื่องของเครื่องมือ และเปลี่ยน Data เป็น Story ซึ่งจะทำให้สมองของเราตีความได้ดีกว่า ซึ่งจริงๆ ผมคิดว่าเป็นเว็บไซต์ประเภท Data Mining / Data Analysis จะบูมในลำดับต่อไป ซึ่งมีเว็บไซต์หลายๆแห่ง ที่ได้พยายามขายข้อมูล Analysis ให้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่าง Google Trends [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตามไปอ่าน Blog ของคุณ @<a href="http://www.twitter.com/p_warawit">p_warawit</a> มา (คุณ @p_warawit ก็เอามาจากคุณ @<a href="http://www.twitter.com/FordAntiTrust">FordAntiTrust</a> อีกที) มีประเด็นเรื่องที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาของผมเองไปไม่นานมานี้ นั่นคือ <a href="http://jomyutnet.multiply.com/journal/item/41">ปัญหาการรับข้อมูลเกินขนาด</a> เพราะว่าเทคโนโลยีช่วยให้เรารับข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นจนข้อมูลข่าวสารนั้นทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำมารวมตัวกันมากเกินกว่าประตูน้ำของเขื่อนที่จะระบายออกไปได้ทัน ปัญหานี้ ดูเหมือนว่าผมไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวเสียแล้วแต่เหล่านักบริหารทั้งหลายต่างก็มีปัญหาเดียวกันคือ ภาวะมีข้อมูลเยอะเกินแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสารสนเทศ (Data to Information) เพื่อนำมาใช้งานได้
<p>ผมได้ตามไปดู <a href="http://news.zdnet.com/2435-13569_22-0.html">At the whiteboard</a> ซึ่งมีการนำเสนอเรื่องของ <a href="http://news.zdnet.com/2422-13569_22-218297.html">Next Generation of Business Intelligence</a> ภาษาอังกฤษอ่อนแอ แต่ได้<a href="http://blog.bzinsight.net/at-the-whiteboard-zdnet/">เนื้อใจความจาก @p_warawit</a> อีกที ว่าเขาเน้นเรื่องของเครื่องมือ และเปลี่ยน Data เป็น Story ซึ่งจะทำให้สมองของเราตีความได้ดีกว่า ซึ่งจริงๆ ผมคิดว่าเป็นเว็บไซต์ประเภท Data Mining / Data Analysis จะบูมในลำดับต่อไป ซึ่งมีเว็บไซต์หลายๆแห่ง ที่ได้พยายามขายข้อมูล Analysis ให้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่าง <a href="http://www.google.com/trends">Google Trends</a> ซึ่งแสดงกราฟของความสนใจในการค้นหา โดยไปผูกเป็นกราฟร่วมกับข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาต่างๆ หรืออย่าง Twitter ที่ เดิม ข้อมูลมีลักษณะเป็นข้อความต่อมาเรื่อยๆเท่านั้น ก็มี Mashup Product ต่อยอด ที่ชื่อว่า <a href="http://www.plurk.com">Plurk.com</a> แสดงเป็น Timeline แทน</p>
<p>เช่นเดียวกัน อย่างพวก Blog ตอนนี้คนส่วนใหญ่เขียนมายังไม่นานนัก ประมาณ 1-4 ปี เป็นส่วนใหญ่ อย่างผม ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า อยากจะได้ Blog Application ที่มีลักษณะคล้าย Google Trends และ Plurk ทำ Blog ของผมออกมาเป็น Timeline เทียบช่วงเวลาเดียวกันของแต่ละปี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง</p>
<p>ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องการมองเห็นแล้ว ครั้งหนึ่ง รายการ <a href="http://mcotdotnet.blogspot.com/2008/08/fw-todays-topic-new-media-by-ajoe.html">MCOT.NET</a> ก็ได้มีคนในวงการ New Media มาเล่าให้ฟัง (อ.โจ) ก็มาเจอเว็บที่เป็น<a href="http://www.visualcomplexity.com/vc/">ตัวอย่างกราฟ</a>แบบต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็นข้อมูลเป็นก้อนๆเหล่านั้นออกมาได้ดีขึ้น หรือว่าจะเป็นการ <a href="http://www.babynamewizard.com/voyager">Analysis ข้อมูลของวันเดือนปีเกิดของเด็ก</a> ออกมาเป็นกราฟได้อย่างน่าสนใจ ศาสตร์ตรงนี้ เขาเขียนว่า Information Visualization</p>
<p>นอกเหนือจากการรับข้อมูลเกินขนาดซึ่งส่งผลต่อด้านเวลาและการวิเคราะห์แล้ว อีกด้านหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนช่องทางการรับรู้&#8230; ทุกวันนี้ ผมอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ อาศัยการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่โสตประสาทอื่นไม่ได้ทำงาน จนกระทั้งหลังๆ เปลี่ยนวิธีใหม่ เป็นฟังรายการวิทยุออนไลน์แทน รวมถึง<a href="http://www.diary60.com">ไดอาร์รี่60</a> ของคุณ @<a href="http://www.twitter.com/macroart">macroart</a> กับ <a href="http://www.twitter.com">Twitter</a> ก็ทำให้ฉุดเห็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เพราะข้อมูลมันเยอะเกิน เราจึงพยายามจะ Process ข้อมูลให้เสร็จโดยไว อย่าง Twitter เลยจำกัดอักษรไว้เพียง 160chars (แม้ว่าจะมีเหตุผลอื่นๆอีกมากมายมาสนับสนุน) หรืออย่าง diary60 ก็พยายามกำหนดกรอบให้ผู้สร้างเรื่องจะต้องสร้างภายในกำหนดระยะเวลา แทนที่จะเล่าเท่าไหร่ก็เล่าได้ เล่าไปเรื่อย สรุปคือ กำหนดกรอบระยะเวลาของการส่งข้อมูล ทำให้คนติดตามอยากติดตามมากขึ้นนั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jomyut.net/2008/10/information-overhead.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
